Blog

ยำหนังภาค1




BY : SUPHADA

ยำหนังภาค2


BY: SUMANA

OSCARS AWARDS 2018

-ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: The Shape of Water

-ผู้กำกับยอดเยี่ยม: กิลเลอร์โม่ เดอ โทโร่ จาก The Shape of Water

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม: แกรี โอลด์แมน จาก Darkest Hour

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม: ฟรานเซส แม็คดอร์มานด์ จาก Three Billboards Outside Ebbing, Missouri

บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม: Call Me By Your Name 

-บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม: Get Out

-นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม: แซม ร็อคเวลล์ จาก Three Billboards Outside Ebbing, Missouri

-นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม: แอลลิสัน แจนนีย์ จาก I, Tonya 

-เพลงประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม: “Remember Me”, Coco

-อนิเมชั่นยอดเยี่ยม: Coco 

-ดนตรีประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม: อเล็กซองดร์ เดส์ปลาต์ จาก The Shape of Water

-กำกับภาพยอดเยี่ยม: โรเจอร์ ดีกิ้นส์ จาก Blade Runner 2049

-ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม: Phantom Thread 

-ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม: Dunkirk

-มิกซ์เสียงยอดเยี่ยม: Dunkirk

-แต่งหน้าและออกแบบทรงผมยอดเยี่ยม: Darkest Hour

-ภาพยนตร์ขนาดสั้นยอดเยี่ยม: The Silent Child 

-อนิเมชั่นขนาดสั้นยอดเยี่ยม: Dear Basketball

-วิชวลเอฟเฟคยอดเยี่ยม: Blade Runner 2049

ลำดับภาพยอดเยี่ยม: Dunkirk 

-ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม: The Shape of Water

-สารคดีขนาดสั้นยอดเยี่ยม: Heaven is a Traffic Jam on the 405

-สารคดียอดเยี่ยม: Icarus

-ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม: A Fantastic Woman (ชิลี)

Cr: https://www.sanook.com/movie/76137/

BY: ICEIYARES

10หนังใหม่ห้ามพลาดในปี2019

Avengers 4

Spider-Man : Far From Home

Hobbs And Shaw

It Chapter 2

Jumanji 3

Star Wars IX

James Bond 25

The Lion King

Aladdin 

40-top-movie-years 2018 (22)

Annabelle 3

Annabelle-Creation-cover

Cr: http://www.metalbridges.com/40-top-movie-years/

BY: ICEIYARES

6 หนังฮิตตลอดกาล

The Shawshank Redemption

หนังอมตะที่ช่วยปลุก “พลังใจ” สร้าง “แรงบันดาลใจ” ให้ผู้คนมากมาย Andy Dufresne นายธนาคาร ที่ถูกจับในข้อหาฆาตกรรมภรรยาและชู้รักของเธอ ซึ่งเขาก็เชื่อมั่นว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่หลักฐานต่างๆกลับโยงใยมาสู่ตัวเขา และนั่นก็ทำให้เขาต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิตAndy Dufresne ตัวเอกของเรื่องที่ถูกความอยุติธรรมของกฎหมาย พิพากษา ช่วงชิง “ร่างกายและชีวิต”ถูกจองจำอยู่ในคุก ที่ไร้ซึ่งอิสรภาพ เสรีภาพของชีวิต แต่สิ่งหนึ่งที่คุกแห่งนี้ไม่อาจช่วงชิงไปจากเขาได้ก็คือ “จิตวิญญาณ” ความเป็นมนุษย์ ความศรัทธา การยึดมั่นในความดี และแสงแห่ง “ความหวัง” ที่เจิดจ้าและลุกโชนไม่มีวันมอดดับตลอดช่วงเวลา 19 ปีที่อยู่ในคุก เขาได้พบเจอและเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย รวมถึงการมอบ “ความหวัง” ให้กับคนรอบข้าง และสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด การไม่หวังพึ่งใน “โชคชะตา” เขาพยายามทำสิ่งๆหนึ่ง ทำทุกๆวัน โดยไม่รอคอยให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นเอง และนั่นก็ทำให้เขาได้พบเจอกับสิ่งที่เรียกว่า “อิสรภาพ”

The Dark Knight

Christopher Nolan ทำให้ The Dark Knight กลายเป็นสุดยอดแห่งหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั้งมวล The Dark Knight ทำให้เราตระหนักว่าโลกจริงๆ ซับซ้อนกว่าในการ์ตูน และต่อให้มีซูเปอร์ฮีโร่จริงๆ ก็ใช่จะทำให้บ้านเมืองสงบได้ง่ายๆ มันยังมีปัจจัยอีกมากมายที่จะเปลี่ยนเหตุร้ายให้กลายเป็นดี หรือเปลี่ยนคนดีให้กลายเป็นร้าย

Harry Potter and the Prisoner of Azkaban

ในบรรดาหนัง Harry Potter ทั้ง 8 ภาค (ภาคสุดท้ายซอยเป็น 2 ภาค) เราชอบภาค 3 หรือตอน The Prisoner of Azkaban นี้มากที่สุด เพราะเป็นภาคที่เด็กๆ เริ่มโตขึ้น ตัวละครมีมิติมากขึ้น โลกเวทมนตร์ของพวกเขาน่าสนใจมากขึ้น ตัวละครก็ค่อยๆ เยอะขึ้น และเรื่องราวก็เริ่มสนุกเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
Harry Potter and the Prisoner of Azkaban มีสิ่งเด่นๆ ที่พิเศษจากภาคอื่นๆ หลายอย่าง เช่น Buckbeak, ไม้กวาดรุ่นใหม่ Firebolt, Hogsmeade, ความลับของ Hermione ฯลฯ โดยภาพรวม เราว่าเรื่องราวน่าติดตามมากขึ้น ถึงแม้จะซับพล็อตเยอะ แต่ก็ผูกเรื่องดี และหักมุมได้น่าประทับใจกว่า ภาคอื่นๆ ที่สำคัญ Hermione (Emma Watson) ตัวละครโปรดของเรา ยังมีบทบาทโดดเด่นกว่าใครๆ

โหมโรง

ไม่น่าแปลกใจที่โหมโรงในตอนแรกจะเป็นหนังที่ถูกเมิน เพราะหน้าหนังมันเหมือนเป็นหนังเชิดชูประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามในแบบที่นักดูหนังชาวไทยมักจะเบือนหน้าหนี แต่มันก็ยิ่งไม่น่าแปลกใจเมื่อตัวหนังสามารถสะสมคะแนนความนิยมจนกลับกลายเป็นหนึ่งในหนังไทยที่จะถูกนำมาพูดถึงเมื่อเราถามหาคุณภาพของหนังไทย และที่สำคัญมันยังเป็นมาตรฐานอันสำคัญในการทำหนังแนวอนุรักษ์นิยมให้ดูสนุกเลยทีเดียว
ความยอดเยี่ยมของ โหมโรง คือการนำระนาด เครื่องดนตรีไทยที่อาจะถูกมองว่าเชยมาเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ และน่าติดตามโดยเฉพาะฉากการดวลระนาดอันดุดัน รุนแรง และสวยงามจนเป็นหนึ่งในซีนน่าจดจำอันดับต้นๆของหนังไทยเลยทีเดียว และอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ถึงแม้หน้าหนังจะเป็นหนังเชิดชูศิลปะวัฒนธรรมไทย แต่การเล่าเรื่องไม่ยัดเยียด ไม่บีบบังคับให้เราต้องรัก หนังกลับปล่อยให้เรื่องราวและบทภาพยนตร์อันยอดเยี่ยมที่พาให้คนดูได้เห็นมุมมองใหม่อันน่าทึ่ง ตื่นตะลึง และรู้สึกตื้นตันในความเป็นเจ้าของวัฒนธรรมโดยที่ไม่จำเป็นต้องสั่งให้รักเลยแม้แต่น้อย

ต้มยำกุ้ง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าจุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้คือฉากแอคชั่นที่จัดหนักจัดเต็ม พล็อตของหนังอาจไม่มีอะไร เหมือนเอาฉากแอคชั่นใหญ่ๆเจ๋งๆมาต่อกัน แต่ถ้าถามว่าเราเคยลืมหนังเรื่องนี้มั้ย ก็สามารถตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “ไม่”
ใครจะไปลืมได้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลของต้มยำกุ้งเกิดขึ้นจากการตามหาช้าง! นี่ไม่ได้ประชด แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงวิธีการทำหนังที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้อย่างเต็มพิกัด และมีเสน่ห์ในแบบของมัน ซึ่งเมื่อผนวกกับงานสร้างสรรค์คิวบู๊ที่แตกต่างจากหนังแอคชั่นยุคเดียวกัน นี่จึงเป็นอีกก้าวความภูมิใจเมื่อหนังไทยโกอินเตอร์

The Godfather

สุดยอดภาพยนตร์ในตำนาน “The Godfather” หรือ เดอะก็อดฟาเธอร์ เป็นภาพยนตร์ ที่กำกับโดย ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ออกฉายเมื่อปี ค.ศ. 1972 เป็นสุดยอดตำนานภาพยนตร์ และยังได้รับการจัดอันดับจาก IMDB ให้เป็นอันดับที่ 1 จากภาพยนตร์กว่า 250 เรื่อง อีกด้วย เรียกได้ว่าระดับสุดยอดในตำนาน และก็ยังมีอีกหลายๆภาคขนออกมา ก่อนตายรีบไปหามาดู (สุดยอดไม่สุดยอดก็ติด 3 ภาคเลย)
 

Cr: http://www.hollywood-hdtv.com/h-club/detail.php?article=12

Cr: https://www.sanook.com/movie/32286/

By: Suphada

FILM QUOTES

“Mama says, ‘Stupid is as stupid does.’ ” Forrest Gump, 1994

“They may take our lives, but they’ll never take our freedom!” Braveheart, 1995

“I’m king of the world!” Titanic, 1997

“Carpe diem. Seize the day, boys. Make your lives extraordinary.” Dead Poets Society, 1989

“A martini. Shaken, not stirred.” Goldfinger, 1964

“Here’s Johnny!” The Shining, 1980

“Elementary, my dear Watson.” The Adventures of Sherlock Holmes, 1929

“It’s alive! It’s alive!” Frankenstein, 1931

“Frankly, my dear, I don’t give a damn.”Gone With the Wind, 1939

“I’m going to make him an offer he can’t refuse.” The Godfather, 1972

“Toto, I’ve got a feeling we’re not in Kansas anymore.” The Wizard of Oz, 1939

“May the Force be with you.” Star Wars, 1977

“You talking to me?” Taxi Driver, 1976

“I love the smell of napalm in the morning.” Apocalypse Now, 1979

“Love means never having to say you’re sorry.” Love Story, 1970

“A census taker once tried to test me. I ate his liver with some fava beans and a nice Chianti.” The Silence of the Lambs, 1991

“I’m walking here! I’m walking here!” Midnight Cowboy, 1969

“After all, tomorrow is another day!” Gone With the Wind, 1939

“You’re gonna need a bigger boat.” Jaws, 1975

“I see dead people.” The Sixth Sense, 1999

Cr: https://www.hollywoodreporter.com/lists/best-movie-quotes-hollywoods-top-867142/item/they-call-me-mister-tibbs-867118

By: Yuanyuan Zheng

รีวิวภาพยนตร์เข้าใหม่

The Emperor And The Assassin

This is an underestimated domestic epic blockbuster. “The Emperor and the Assassin” by Chen Kaige won the Technical Prize in Cannes in1999.  

The film tells a famous history story in China. tells the story of how ambitious emperors yingzheng unified the world in China in the third century B.C., at the expense of removing all obstacles, and finally establishing an unprecedented empire.

This is a work about the grand history, its color is full of the sense of history, the tone is sad, itself is a tragedy.

It mainly focuses on role-building. It subverts the primitive images of these characters in history,It even subverts the original plot of historical stories. but now it is precisely this unique interpretation of history, and the strong sense of texture contributes to their epic temperament.

Jing Ke and Xue Zheng, one is the bottom of the “garbage” and the other is the high God. Seemingly unrelated two people, but the same kind of people, but a pair of rare confidants! They all have the loneliness that ordinary people can’t understand, they all have the courage that ordinary people can’t have! The courage of governing lies in daring to annex the world; the courage of Jing Yi lies in seeing death as it comes and assassinating the King of Qin. They two instinctively sat down and drank, and became friends and confidants. But fate lets them meet and kill each other in the hall.

The film has grand scenes, but it is not exaggerated, it is not a gorgeous empty shelf, it respects history and tries to understand history, and there is no lack of artistic creation should pursue personal feelings.

The most applaudable part of the film is the role played by Li Xuejian. At first, it was funny to see an old man in his forties playing the role of a young leader, jumping up and down, but when he watched it, he was fascinated. This role was not competent for any young actor. Including Gong Li, Zhang Fengyi and every actor in this movie, they all have a memorable acting skill. The details in the film are also handled fairly well.

Even after the film was broadcast, people have different opinions on it. Some people think it is an epic movie. They keep watching it over and over again, slowly savoring it, and some people keep scolding it. But I think it is just the right movie to be changed by the director.

Unfortunately, this film was not accepted by people at that time, history, you can not really understand, but you should at least try to understand, with sympathy for history to understand, Chen Kaige in this film did this. This film can be said to be Chen Kaige’s best film. It’s also worth slowly savoring.

By: Yuanyuan Zheng

Dying to Survive

This film is adapted from a real story, which can reflect the real society. It really fits in with the ordinary people in the tens of thousands of worlds in real life. It is so weak and humble in the face of disease, but everyone is trying to live.

Cheng Yong, the protagonist of the film, is only a small citizen. Every day he has a bad life. He has no skills. He leads a messy life and his wife divorces him. In the beginning, counterfeit drugs were sold just to make money. Later, he was threatened with “selling counterfeit drugs”, and then he transferred the agency of the drugs. He also expelled the sick friends he knew. Later, his sick friend’s wife came to him, and he saw his sick friend’s pain and suffering with his own eyes, but finally his friend died, and he began selling generic drugs again. At this time, he is no longer selling drugs just to make money, but a responsibility, a responsibility to save those suffering from illness, in order to give them hope to continue to live.

At this time, the police have been caught some patients who buy counterfeit drugs, want to get some clues from them. One of the most impressive passage I have ever heard is an old man’s remark to the police, which makes everyone red-eyed. She said: “40,000 Yuan a bottle of genuine medicine, I was sick for three years, eat for three years, in order to buy medicine, the house is gone, the family has collapsed, who has not a patient, can you guarantee that life will not be sick? I do not want to die, I want to live.” This passage goes into everyone’s heart, yeah, life for decades, who can guarantee that all are smooth sailing. Especially the phrase “I don’t want to die, I want to live.” How many patients’voices were spoken out, and they gripped the hearts of all the people. The police were so moved by this remark that they went to ask the director for help. But the director’s remark shocked us. He said, “I’m also very difficult, but we are law enforcement officers.”

In fact, there are many contradictions and conflicts in this film, law and human feelings, genuine drugs and generic drugs, life and death, justice and law, who have their positions, who have their difficulties, who have their helplessness. Later, when they were collecting the medicines transported overseas, they were reported. The yellow-haired boy died in a car accident in order to protect Cheng Yong. When Cheng Yong questioned the police in the hospital, people burst into tears instantly. He said, “He’s only twenty years old. He just wants to live and commit some crimes.” Yeah, what’s wrong with wanting to live, but a simple “living” makes many people do their best.

At the end of the film, Cheng Yong was arrested and sentenced to five years’imprisonment. At this time, the most moving part of the film came. Cheng Yong was in the car of the prison. The road was lined with patients who came to see him off. Everyone took off their masks silently and watched him go. He seems to have seen his dead sick friend in the crowd. His eyes are full of tears, but his mouth is still smiling. The smile is gratifying and regretless. After all, he brought medicine to so many people and gave them hope to live.

In fact, there is also a touching detail in the film. When Professor Zhang was arrested, the police asked him who was selling counterfeit drugs. He did not tell the police Cheng Yong. I think he was kind at that moment. He was defending the hope of life. And his film in the sentence “there is only one disease in the world, that is, poverty” tells the reality, the hardship of life.

This film has written the reality, written in the face of disease, people’s kind of even humble also want to live, said a lot of social problems. The most important thing is that it fits into life and goes deep into people’s hearts. It is the best portrayal of the phrase “art comes from life”

By: Yuanyuan Zheng

แนะนำหนังนอกกระเเส

Hot Summer Night

ตัวอย่างหนัง: https://www.youtube.com/watch?v=O5ROSS9ReUY

หนังเล่าเรื่องราวชีวิตที่เปลี่ยนไปในชั่วหน้าร้อนเดียวของ แดเนี่ยล เด็กหนุ่มชีวิตจืดชืดที่เข้ามาใช้ชีวิตในย่านอันครื้นเครงของเคปคอดและจับพลัดจับผลูกลายเป็นเอเย่นต์ค้ากัญชาร่วมกับคู่หูที่เพิ่งรู้จักกัน และระหว่างนั้นเขาก็ไปตกหลุมรักกับ แม็คเคย์ล่า น้องสาวของคู่หูตัวเอง เขากลายเป็นคนทะเยอทะยานที่กำลังเพลินใจไปกับเงินทองที่หลั่งไหลเข้ามา แต่ชีวิตที่ต้องจมอยู่กับอบายมุขและสิ่งนอกกฎหมายนั้นจะดำเนินไปได้นานซักแค่ไหน

One Cut of the Dead

ตัวอย่างหนัง : https://youtu.be/3i3Ny4mn-bU

ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดกล้องขึ้น ณ คลังสินค้าแห่งหนึ่ง โดยทีมงานกำลังถ่ายทำภาพยนตร์ซอมบี้ระทึกขวัญ แต่สถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่คลังสินค้าทั่วไป มีตำนานเล่าว่า… ที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของการทดลองอะไรสักอย่างทางทหารตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่มีใครรู้ว่า มันคือการทดลองอะไร? ในระหว่างที่ถ่ายทำ พวกเขาได้พบกับซอมบี้ที่แท้จริง ทำให้พวกเขาต่างต้องหนีตายเพื่อเอาตัวรอด! เรื่องนี้อาจจะเป็นพล็อตเรื่องหนังซอมบี้ธรรมดา แต่ One Cut of the Dead (Kamera o tomeru na!) เป็นสิ่งที่สมบูรณ์และแตกต่าง! เริ่มต้นด้วยการถ่ายทำแบบ Non Stop ยาว 37 นาที เป็นภาพยนตร์ที่เปลี่ยนทิศทางและเปลี่ยนแนวภาพยนตร์ซอมบี้ได้อย่างสมบูรณ์ จนกลายเป็นภาพยนตร์ที่มีเสน่ห์และดูเป็นตัวเอง

มะลิลา

ตัวอย่าง : https://youtu.be/ucYuomgAX5U

เป็นหนังที่บอกเล่าถึงความรักความอาลัยของผู้ที่จากไป … เรื่องราวของเชน (เวียร์ – ศุกลวัฒน์ คณารส) เจ้าของสวนมะลิผู้มีอดีตอันเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกสาว และแยกทางกับอดีตภรรยา และ “พัช” (โอ – อนุชิต สพันธุ์พงษ์) ศิลปินนักทำบายศรี อดีตคนรักของเชนในวัยเด็กที่กลับมาพบกันอีกครั้ง ทั้งคู่พยายามเยี่ยวยาบาดแผลในอดีต และรื้อฟื้นความสัมพันธ์ผ่านการทำบายศรีอันงดงาม
“มะลิลา” เป็นดังบทกวีที่ถักทอเอา พุทธปรัชญา ศิลปะไทย และความรักของชายรักชายเข้าไว้ด้วยกัน โดย “นุชี่” อนุชา บุญยวรรธนะ ชอบเล่นกับความขัดแย้งขององค์ประกอบทั้ง 3 อย่างนี้ ทั้งนี้มิใช่เพื่อการวิพากษ์วิจารณ์ หรือ โจมตี แต่เป็นไปในทางที่ขับเน้นความเป็นมนุษย์อย่างละเมียด ละไม และนำเสนอโลกในอุดมคติที่ทุกสิ่งสามารถอยู่รวมกันได้อย่างสวยงาม

By: natcha

รีวิวภาพยนตร์จากNetflix

Stanger Things

เป็นซีรีส์แนว Sci-fi / Thriller  ที่ผสมผสานกลิ่นอายยุค 80’s เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ทำให้เราอดนึกถึงสไตล์หนังเท่ๆ ของ Steven  Spielberg หรือบรรยากาศหลอนๆจากนิยายสยองขวัญของ Stephen  King ไม่ได้ โดย ซีรีส์เรื่องนี้จะเล่าถึงยุค 1980 ที่เมืองเล็กๆแห่งหนึ่งในรัฐอินเดียน่าได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น เมื่อเด็กชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘วิล บายเยอร์’ ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ จนทำให้แม่และพี่ชายของเขาต้องออกตามหากันให้วุ่น แต่ไม่ว่าจะตามหาอย่างไรก็ดูเหมือนว่าวิลจะไม่ทิ้งร่องรอยอะไว้เลย ร้อนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกคนในเมืองต้องช่วยกันออกตามหา ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง แก๊งเพื่อนๆ ของวิลอีก3คน ก็ได้พบกับเด็กหญิงลึกลับผู้มีพลังเหนือธรรมชาติที่จะมาช่วยพวกเค้าหาทั้งวิลและทั้งคำตอบว่านี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเมืองนี้กันแน่

สิ่งที่ชอบเป็นอันดับแรกเลยของหนังเรื่องนี้คือ

‘เรื่องราวและการเล่าเรื่องราว’ ซึ่งบอกตามตรงว่าพล็อตหลักของซีรีส์เรื่องนี้ อาจจะดูธรรมดาเกินไปสำหรับใครหลายๆคน ที่คุ้นเคยกับหนังไซไฟ-ทริลเลอร์ เรื่องอื่นๆ เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะพล็อตสัตว์ประหลาด เด็กมีพลังจิต หรือ การทดลองลับใดๆก็ตาม ก็อาจจะคิดว่าเรื่องนี้ก็คงคล้ายหนังเรื่องอื่นๆนั่นแหละ แต่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าไม่มีคำว่าธรรมดาเลยสำหรับซีรีส์เรื่องนี้ เพราะมันคือการหยิบเอาหนังไซไฟ-ทริลเลอร์ในตำนานเหล่านั้นมายำรวมกันไว้ในหนังเรื่องเดียว และบอกเล่าเรื่องราวใหม่ได้อย่างลื่นไหล มีจังหวะการติดต่อสนใจและชวนให้ติดตามอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะไอเดียของหนังที่วางคอนเซ็ปการผูกปมเรื่องราวต่างๆ ซึ่งตรงนี้บอกได้เลยว่ามันคือการนำมาเล่าใหม่ได้มีสไตล์ไม่จำแจไม่ซับซ้อน และเคารพหนังในยุค 80’s มากจริงๆ
ต่อไปคงต้องยกความดีความชอบให้กับนักแสดงแทบทุกคนในเรื่อง เพราะเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ไม่น่าเบื่อเลยก็คือการแสดงที่มีสเน่ห์และมีพลังมาก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กๆ ในเรื่อง ที่แต่ละคนมีคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างกันไปแต่กลับเคมีเข้ากันสุดๆเมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกัน เป็นจุดสำคัญที่ทำให้อารมณ์ของหนังผ่อนคลายลงได้เสมอเมื่อถึงฉากของเด็กๆ พวกนี้ และอีกหนึ่งคาแร็คเตอร์ที่ขึ้นหิ้งเป็นหนึ่งในตัวละครโปรดในดวงใจของใครหลายคนไปเรียบร้อยแล้วอย่าง ‘เอล'(Ele) หรือ เอลเลฟเว่น (Eleven)’ รับบทโดย  Millie Bobby Brown นักแสดงสาวน้อยวัย 12 ปี ที่ทำหน้าที่เป็น เอล ได้อย่างดีเยี่ยม สายตาและท่าทางที่ใช้ในการแสดงทำให้เชื่อในตัวละครนี้ได้ไม่ยาก เป็นตัวละครน่าค้นหาและเอาใจช่วยมากๆ โดยส่วนตัวแล้ว เอล ถือว่าเป็นตัวละครที่น่าจดจำที่สุดของซีซั่น 1 เลยก็ว่าได้ อีกหนึ่งสิ่งที่ตรึงให้อยู่กับซีรีส์เรื่องนี้ได้อย่างอยู่หมัดเลยก็คือ ‘เพลง’ ถ้าใครชอบฟังเพลงแนว Synthwave ที่จะได้กลิ่นอายเพลงอิเลคโทรป๊อบยุค 80’s รุ่นเก่าๆ หน่อย ก็จะยิ่งประทับใจในซีรีส์เรื่องนี้ เพราะ Soundtrack ที่ใช้ทั้งเรื่องนั้น จะเป็นซาวด์ดนตรีที่ให้มู้ดความน่าพิศวง ความลึกลับน่าค้นหา และสเน่ห์บางอย่างที่ทำหน้าที่ร่วมกับงานภาพที่สวยงามได้เป็นอย่างดี ทำให้บรรยากาศในหนังดูตื่นเต้นน่าติดตามตลอดเวลา และเข้าถึงได้กับทุกอามรมณ์ของหนัง และความเก๋ของเพลงประกอบซีรีส์เรื่องนี้เป็นที่พูดถึงในวงกว้างถึงขนาดส่งให้  Kyle Dixon กับ Michael Stein สองสมาชิกจากวงดนตรีแนวอิเล็คทรอนิคส์สัญชาติอเมริกันชื่อ S U R V I V E แจ้งเกิดแบบสุดๆในฐานะผู้สร้างสรรค์เพลงประกอบซีรีส์ Stanger Things และประสบความสำเร็จถึงขนาดที่ว่าได้รับการส่งชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่สาขา “Best Score Soundtrack”  ในปีนี้กันเลยทีเดียว
เอาล่ะครับก่อนที่จะจากกันไป ผมขอพูดอีกนิดนึงว่าที่ผมเล่าไปนั้น แน่นอนว่ามันไม่ใช่ทั้งหมดของซีรีส์เรื่องนี้แน่นอนครับ เพราะมันยังมีความน่าสนใจอีกมายมายที่ผมยังกล่าวถึงไม่หมด ไม่ว่าจะเป็นคอสตูมย้อนยุคที่จัดเต็ม โลเคชั่นที่สวยงาม งานสีและภาพ งาน CG ในเรื่อง Netflix ก็จัดเต็มสุดๆจนแทบจะเทียบชั้นภาพยนตร์ Blockbuster ได้เลยครับแต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีนะครับ จุดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังมีอยู่ตามสไตล์หนังแนวนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีปัญหากับด้านความสมเหตุสมผล ถือว่ายังพอเป็นสิ่งที่มองข้ามได้ ถ้าแทบกับความดีงามที่มี ซึ่งยังยืนยันคำเดิมว่า ให้ไปลองดูกันเถอะ แล้วคุณจะรักซีรีส์เรื่องนี้ไม่มากก็น้อย

By: natcha

เพลงฮิตของหนังตลอดกาล

OST. หรือ Original Soundtrack นับเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับภาพยนตร์แต่ละเรื่องได้ เป็นอย่างดี ยิ่งภาพยนตร์เรื่องไหนที่เพลงประกอบเพราะติดหูคนดู เผลอๆจะยิ่งส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่องนั้นดัง และเป็นกระแสมากยิ่งขึ้นไปอีก วันนี้เรามี 25 เพลงสุดฮิตจากภาพยนตร์ดัง ที่ดังทั้งตัวภาพยนตร์และเพลงประกอบ จะมีเพลงไหนจากเรื่องไหนกันบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1.Tale As Old As Time – OST.Beauty and the Beast
https://youtu.be/axySrE0Kg6k
เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์การ์ตูนสุดคลาสสิคที่ยังคงโด่งดังจนถึงปัจจุบันอย่าง “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” ภาพยนตร์การ์ตูนจาก Walt Disney ที่ในปี 2017 ได้นำเรื่องราวอมตะจากอนิเมชั่นสุดคลาสสิคกลับมาเล่า ขานใหม่ในฉบับคนแสดงแบบร่วมสมัย ด้วยเพลงประกอบดั้งเดิม

2.City of Stars – Ost. La La Land
https://youtu.be/GTWqwSNQCcg
เพลงดังที่คว้ารางวัลออสการ์ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Song) ประจำปี 2016 อย่าง ‘City of Stars’ กับเนื้อร้องที่ติดหูแฟนหนัง “…City of stars. Are you shining just for me ?…” ขับร้องโดยหนุ่มไรอัน กอซลิ่ง ในภาพยนตร์เรื่อง La La Land เรียกได้ว่าเป็นหนังเพลงที่ประสบความสำเร็จ อย่างสูงประจำปี 2016

3.Lost Stars – Ost. Begin Again
https://youtu.be/cL4uhaQ58Rk
Begin Again หนังเพลงที่มาแรงๆมากของปี 2014 เรื่องราวของความฝัน ความรัก และบทเพลงที่ทำหน้าที่ เยียวยาบาดแผลของตัวละคร เพลงที่โด่งดังสุดๆก็คือ Lost Star ขับร้องโดยหนุ่มอดัม เลอวีน แห่งวง Maroon 5 นอกจากจะเป็นเพลงที่เพราะแล้ว ยังเป็นเพลงที่มีความหมายดีงาม และให้กำลังใจแก่ผู้ฟังอีกด้วย

4.I Will Always Love You – OST. The Bodyguard
https://youtu.be/3JWTaaS7LdU
Whitney Houston แม้จะจากพวกเราไปแล้ว แต่บทเพลงที่ทรงคุณค่าของเธอยังคงอยู่ในใจของแฟนเพลง I Will Always Love You ก็เป็นหนึ่งในเพลงนั้น ซึ่งเธอสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกออกมาได้ อย่างดีเยี่ยม โดย I Will Always Love You เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Bodyguard ที่เธอได้ แสดงนำนั่นเอง

5.Way Back Into Love – OST. Music and Lyrics
https://youtu.be/m3Ztq2hu5Kg
หนังรักที่ว่าด้วยเรื่องของการแต่งเพลง คนหนึ่งแต่งเนื้อร้อง อีกคนแต่งทำนอง อธิบายถึงทุกช่วงเวลาของ ความรักที่มีทั้งสุขทั้งทุกข์แตกต่างกันไป แต่ท้ายที่สุดเราก็ยังเลือกที่จะกลับมารักกัน เป็นหนึ่งในเพลงคู่รักที่ ทุกคนต้องเคยได้ยินอย่าง Way Back Into Love ซึ่งดังมากจนบางคนอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เพลงนี้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Music and Lyrics นั่นเอง

6.Writing’s On The Wall – OST. Spectre
https://youtu.be/8jzDnsjYv9A
เป็นเพลงฮิตจากแฟรนไชส์หนังสุดคลาสสิคอย่าง 007 โดยได้หนุ่ม Sam Smith มาเป็นผู้ถ่ายทอด โดยล่าสุด Writing’s On The Wall ยังคว้ารางวัล ออสการ์ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม มานอนกอดอีกด้วย

7.Superman (It’s Not Easy) – OST. Bandits
https://youtu.be/GRz4FY0ZcwI
เป็น 1 ในบรรดาเพลงรักอันดับต้นๆที่ผู้คนยังคงเปิดฟังจนถึงทุกวันนี้สำหรับ Superman (It’s Not Easy) โดยเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ Bandits ที่ได้ดารามากฝีมืออย่าง Cate Blanchett มาฝากฝีไม้ลายมือเอาไว้

8.How Far I’ll Go – OST. Moana
https://youtu.be/cPAbx5kgCJo
เพลงประกอบภาพยนตร์แอนิเมชั่นจาก Walt Disney ที่โกยรายได้อย่างถล่มทลาย ครองอันดับ 1 ในอเมริกาต่อเนื่องยาวนานถึง 3 อาทิตย์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการตัดสินใจของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่ถูกวางอนาคตไว้ให้แล้ว แต่เธอ ก็สัมผัสได้ว่ามหาสมุทรกำลังเรียกร้องให้เธอออกไปหา เพลงหลักอย่าง “How Far I’ll Go” ตอนนี้ก็ถูกนำเอาไปร้องกันมากมายหลายภาษา โดยในส่วนของเมืองไทยได้น้อง “ไมร่า” มณีภัสสร มอลลอย มาขับร้อง ถือเป็นอีกหนึ่งบทเพลงประกอบภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ประสบความสำเร็จCan You Feel the Love Tonight – The Lion King
https://youtu.be/25QyCxVkXwQ
ถ้าไม่พูดถึงเพลงนี้ สงสัยโดนแฟนๆของ Walt Disney งอนเอาแน่ๆ “Can You Feel the Love Tonight” เพลงนี้ถูกแต่งและร้องโดย Elton John สำหรับภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น The Lion King โดยเฉพาะ ฮิตติดหูมากในสมัยนั้น แถมยังคว้ารางวัลออสการ์และลูกโลกทองคำ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม อีกต่างหาก มาถึงยุคปัจจุบัน คงไม่ต้องสงสัยว่าเพลงนี้ได้กลายเป็นเพลงสุดคลาสสิคที่ทุกคนยังจดจำกันได้ดี

9.Can You Feel the Love Tonight – The Lion King
https://youtu.be/25QyCxVkXwQ
ถ้าไม่พูดถึงเพลงนี้ สงสัยโดนแฟนๆของ Walt Disney งอนเอาแน่ๆ “Can You Feel the Love Tonight” เพลงนี้ถูกแต่งและร้องโดย Elton John สำหรับภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น The Lion King โดยเฉพาะ ฮิตติดหูมากในสมัยนั้น แถมยังคว้ารางวัลออสการ์และลูกโลกทองคำ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม อีกต่างหาก มาถึงยุคปัจจุบัน คงไม่ต้องสงสัยว่าเพลงนี้ได้กลายเป็นเพลงสุดคลาสสิคที่ทุกคนยังจดจำกันได้ดี

10.Thinking Out Loud – OST. Me before you
https://youtu.be/lp-EO5I60KA
ภาพยนตร์เรื่องนี้ประกอบไปด้วยเพลงเพราะๆมากมายหลายเพลงเป็นหนังรักที่สร้างจากนิยายสุดเศร้าและเพลง Thinking Out Loud เป็นเพลงที่เปิดในงานแต่งในเรื่องด้วยทำนองแอบเศร้า บวกกับภาพตรงหน้าที่พระเอก นางเอกกำลังเต้นรำ ทำให้ฉากนี้ดูขนลุกส่งผลให้เพลงนี้ติดหูคนดูจนออกจากโรงภาพยนตร์

11.Colors of the Wind – OST. Pocahontas
https://youtu.be/O9MvdMqKvpU
ยุค ’90 ถือเป็นยุคที่การ์ตูนแอนิเมชั่นของ Walt Disney ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง หนึ่งในนั้นคือ Pocahontas กับเพลงป๊อปบัลลาด “Colors of the Wind” ร้องโดยศิลปิน และนักแสดงสาว Vanessa Williams พิสูจน์ความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลออสการ์สาขา “Best Original Song” รางวัลลูกโลกทองคำในสาขาเดียวกัน และรางวัล แกรมมี่ในสาขา “Best Song Written for a Movie” หรือ เพลงที่ถูกเขียนขึ้นสำหรับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

12.Reflection – OST. Mulan
https://youtu.be/J0lG8YorBsU
อีกหนึ่งเพลงประกอบภาพยนตร์การ์ตูนที่โด่งดังอย่าง Reflection ซึ่งได้ Christina Aguilera มาเป็นผู้ถ่ายทอด ด้วยน้ำเสียง ท่วงทำนองและเนื้อหาเพลงที่สอดคล้องกับภาพยนตร์ ทำให้แอนิเมชั่นอย่าง Mulan และเพลง Reflection ดังควบคู่กันไปอย่างถล่มทลาย

13.A Whole New World – OST. Aladdin
https://youtu.be/aeDYx7Tkc7I
เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์การ์ตูนสุดคลาสสิคที่ยังคงโด่งดังจนถึงปัจจุบันอย่าง Aladdin กับตะเกียงวิเศษ ซึ่งในภาพยนตร์นั้นเป็นการถ่ายทอดความรักระหว่างอะลาดินกับเจ้าหญิงจัสมิน ด้วยเนื้อหาของเพลงที่ซาบซึ้งกินใจ จึงทำให้ A Whole New World ยังคงโด่งดังจนถึงทุกวันนี้

14.Safe & Sound – OST. The Hunger Games
https://youtu.be/RzhAS_GnJIc
จากภาพยนตร์ไตรภาคสุดฮิตที่ทำให้นางเอกของเรื่องอย่าง Jennifer Lawrence โด่งดังเป็นพลุแตกจากบทของ แคสนิส เอเวอดีน เพลงประกอบภาพยนตร์นั้นก็ฮอตไม่แพ้กัน โดยได้ขวัญใจชาวอเมริกันอย่าง Taylor Swift มา เป็นผู้ถ่ายทอดบทเพลงนี้

15.See You Again – OST. Fast And Furious 7
https://youtu.be/RgKAFK5djSk
เพลงบอกลา พอล วอล์เกอร์ ที่ทำให้หลายคนฟังแล้วน้ำตาไหล ไม่รู้ตัวเพราะรู้ว่าในโลกแห่งความเป็นจริงพวกเขาจะไม่มีวันได้พบกันอีกแล้ว เหมือนกับชื่อเพลง ทำให้ผู้คนทั่วทั้งโลกต่างเฝ้าคอยที่จะได้ชมภาพยนตร์ที่เค้า ได้ฝากฝีมือการแสดงไว้เรื่องสุดท้ายอย่างใจจดใจจ่อ และด้วยเพลงประกอบอย่าง See You Again ที่มีเนื้อหาซาบซึ้งกินใจ จึงทำให้ตัวเพลงโด่งดังเป็นพลุแตกไปพร้อมๆกับการกวาดรายได้ของภาพยนตร์อย่างถล่มทลาย

16.Let It Go – OST. Frozen
https://youtu.be/L0MK7qz13bU
แค่เอ่ยคำว่า Let It Go ขึ้นมา ทุกคนก็ต้องร้องตามได้ตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าพูดถึงการ์ตูนสุด ฮิตของยุคนี้คงหนีไม่พ้น Frozen ที่ฮิตถล่มทลายไปทั่วโลก ด้วยคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนเจ้าหญิงหิมะที่ผู้คนทั้ง โลกต่างชื่่นชอบตัวเพลงประกอบภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้ยังได้รางวัล ออสการ์ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ ยอดเยี่ยมอีกด้วย

17.My Heart Will Go On – OST. Titanic
https://youtu.be/WNIPqafd4As
โศกนาฏกรรมความรักแห่งทศวรรษในมหาสมุทรแอตแลนติกที่ถูกถ่ายทอดมาเป็นภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่อย่าง Titanic ที่ได้กวาดทั้งรางวัล รายได้ คำวิจารณ์ และแม้แต่ เพลงประกอบภาพยนตร์อย่าง My Heart Will Go On ยังโด่งดังและเป็นอมตะมาจนถึงทุกวันนี้

18.Someday We’ll Know – OST. A Walk to Remember
https://youtu.be/bDmA8qQKhMY
พลงเพราะๆจากเสียงใสๆของสาว Mandy Moore นอกจากเพลงจะเพราะเเล้ว เนื้อเรื่องในภาพยนตร์ที่ เกี่ยวกับผู้หญิงธรรมดาๆไม่เคยอยู่ในสายตา แต่กลับกลายเป็นคนสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของฝ่ายชาย ให้ดีขึ้น เนื้อเรื่องยังซาบซึ้งกินใจมากจนต้องยิ้มทั้งน้ำตา

19.There You’ll Be – OST. Pearl Harbor
https://youtu.be/BwyWmqV_RJc
เพลงประกอบภาพยนตร์สุดคลาสสิกที่ไม่ว่าใครดูก็ต้องเสียน้ำตาให้ เมื่อหญิงสาวรอคอยอย่างมีความหวัง ให้ชายหนุ่มที่ออกไปรบเพื่อประเทศชาติกลับมาอย่างปลอดภัย แต่ก็ต้องใจสลายเมื่อพบกับข่าวร้ายที่เธอ จะต้องสูญเสียเขาไปตลอดกาล

20.Say That You Love Me (Lovefool) – OST. Romeo+Juliet
https://youtu.be/NI6aOFI7hms
การถ่ายทอดบทเพลงแนวดนตรีเรโทร ของ The Cardigans กับภาพยนตร์โศกนาฏกรรมความรักของหนุ่มสาว ที่เกิดจากความขัดแย้งของทั้งสองตระกูล ภายใต้บรรยากาศในยุค 1300s ที่เรื่องของสงคราม ความขัดแย้ง ชาติตระกูลเป็นเรื่องสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

21.I Don’t Want to Miss A Thing – OST. Armageddon
https://youtu.be/JkK8g6FMEXE
บทเพลงอมตะประกอบภาพยนตร์แนวกอบกู้โลกจากอุกาบาต บอกถึงความรู้สึกของการจำใจต้องมองคนที่รัก จากไปไม่อยากแม้กระทั่งจะหลับตาเพราะกลัวตื่นขึ้นมาแล้วคนที่เรารักจะจากไปตลอดกาล การถ่ายทอดบทเพลง ของ Steven Tylor ยิ่งฟังก็ยิ่งติดหู ดนตรีร็อคบัลลาดมันบีบหัวใจแบบสุดๆ ใครดูเรื่องนี้แล้วน้ำตาไม่คลอเบ้านี่ถือ ว่าใจแข็งมาก

22.Thousand Years – OST. The Twilight Saga : Breaking Dawn
https://youtu.be/rtOvBOTyX00
ถ้าพูดเรื่องราวความรักสามเศร้าระหว่าง แวมไพร์ – มนุษย์ – มนุษย์หมาป่า เราคงถึงภาพยนตร์รักโรแมนติก แฟนตาซีอย่างภาพยนตร์เรื่อง The Twilight Saga ยิ่งได้เพลงประกอบที่มีเนื้อหาชวนซาบซึ้งอย่าง A Thousand Years มาถ่ายทอดเรื่องราวความรักของเอ็ดเวิร์ดและเบลล่าด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความโรแมนติก ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นจนคนดูอินไปตามๆกันเลยทีเดียว

23.Kiss Me – OST. She’s All That
https://youtu.be/3YcNzHOBmk8
พล็อตเรื่องเปลี่ยนสาวเฉิ่มเป็นสาวสวยในงานพรอม ภายใต้บรรยากาศงานพรอมที่แต่งตัวราวกับเจ้าหญิง เจ้าชาย พากันออกมาเดินเล่นที่สวนสวยแล้วฝ่ายหญิงก็กล่าวออกมาเบาๆว่า “จูบฉันสิ” เป็นคำขอที่น่ารัก อ่อนหวานจนไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าปฏิเสธ คลาสสิกทั้งหนังทั้งเพลง ยิ่งเป็นอะคูสติกกีต้าร์ฟังสบายๆ ยิ่งฟังยิ่งเคลิ้มจริงๆ

24.When You Say Nothing At All – OST. Notting Hill
https://youtu.be/IobNcpiwpSc
หนุ่มธรรมดาสามัญชนพบรักกับนางเอกสาวสุดฮอตยังคงเป็นพล็อตเรื่องที่คลาสสิกจนถึงปัจจุบัน ยิ่งได้เพลง รักสุดโรแมนติกที่สื่อความหมายซึ้งๆยิ่งเพิ่มดีกรีความหวานให้กับหนังเรื่องนี้จนสาวๆ เคลิบเคลิ้มกันสุดๆ ยิ่งได้เสียงของเจ้าพ่อเพลงบัลลาดอย่าง Ronan Keating มาร้องให้ด้วยแล้วยิ่งทำให้คนดูอินกับหนังเรื่องนี้สุดๆ

25.Love Me Like You Do – OST. Fifty Shades Of Grey
https://youtu.be/AJtDXIazrMo
เพลงประกอบภาพยนตร์สุดอื้อฉาว ที่สร้างกระแสร้อนแรงทั่วโลกอย่าง Fifty Shades Of Grey ส่งผลให้ชื่อของนักร้องอย่าง Ellie Goulding โด่งดังเป็นพลุแตก ถึงขั้นได้ขึ้นแสดงบนรันเวย์แฟชั่นโชว์ระดับโลกอย่าง Victoria’s Secret เลยทีเดียว

CR:
https://favforward.com/trend/entertainment-movie/8597.html

BY: SUMANA

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น